ถนนยมจินดา 2

ถนนยมจินดา 2

หลังจากตึกเถ้าแก่เทียนสร้างเสร็จเพียง 3 ปีก็เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่จนเหลือเพียงฝาและจั่ว  แต่ต่อมาได้รับการบูรณะขึ้น  และแม้กาลเวลาจะยังคงเดินหน้าเกินทุกสิ่ง  แต่ป้ายชื่อร้าน “เซ่งฮั่วเฮง” ก็ยังคงปรากฎอยู่  พร้อมกับเรื่องราวการทำความดีของเถ้าแก่เทียนในการช่วยเหลือชาวจีนไหหลำที่เข้ามาทำงานในเมืองไทย  ปัจจุบันเป็นร้านจำหน่ายหมอนและที่นอน

ฝั่งตรงข้ามมีอาคารทรงปั้นหยาสีฟ้าหลังสวยตั้งอยู่ นามว่า บ้านบุญศิริ  สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2474 โดย นายพูน บุญศิริ  อดีตนายกเทศมนตรีเมืองระยอง กับ นางตุ้ย ยมจินดา ผู้เป็นภรรยา  แต่หากย้อนกลับไปที่ดินบริเวณนี้เคยใช้เป็นจวนผู้ว่าราชการจังหวัดในสมัย พระยาศรีสมุทรโภคชัยโชคชิตสงคราม (เกตุ ยมจินดา) กับ พระศรีสมุทรโภค ผู้เป็นปู่และบิดาของนางตุ้ย  บ้านเก่าหลังนี้ยงคงทำหน้าที่บ้านพักอาศัยของลูกหลานตระกูลบุญศิริมาตราบจนทุกวันนี้

boonsiri

 

ส่วนบ้านมาลีวณิชย์ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2469 มีความโดดเด่นที่ลวดลายฉลุเถาวัลย์บนขอบหน้าต่าง  เป็นบ้านหลังแรกของระยองที่ปูกระเบื้องภายในบ้าน  โดยกระเบื้องลายสวยเหล่านี้นำเข้าจากประเทศอิตาลี  ความสำคัญอีกประการคือ เป็นบ้านเก่าเพียงไม่กี่หลังที่ยังคงเปิดกิจการค้าขายโดยเจ้าของบ้าน  ไม่ใช่บ้านเก่าที่คนรุ่นใหม่มาขอเช่าเปิดกิจการ  ปัจุบันเปิดเป็นร้านขายหนังสือธรรมะกับเครื่องนอนยัดนุ่นแบบโบราณ  ทุกวันผู้ผ่านไปมาบนถนนสายนี้ก็จะเห็น คุณยายมาลี สวัสดิพาณิชย์  เจ้าของบ้านนั่งอยู่หน้าร้านและเฝ้ามองความเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองอย่างช้าๆ

บ้านกล่องเงิน บ้านกล่องเงิน

บ้านกล่องเงิน เป็นบ้านเก่าอีกหลังที่ไม่ควรพลาดไปเยือน ภายในดูคล้ายพิพิธภัณฑ์ของเล่นที่เจ้าของเก็บสะสมไว้นับเป็นพันชิ้น โดยเฉพาะเหล่าตุ๊กตา ทั้งตุ๊กตาฝรั่ง ตุ๊กตาเด็กิวดำ และตุ๊กตาเจ้าหนูอะตอม(จากการ์ตูนญี่ปุ่นยุคเก่า)  แต่ที่มีมากจนแน่นตู้ร่วมร้อยตัว คือ คิวพี ตุ๊กตาเด็กน้อยไม่สวมเสื้อผ้า หน้าตาบ้องแบ๊ว สัญลักษณ์ของน้ำส้มสายชูตราคิวพีนั่นเอง  นอกจากนี้ยังมีกองทัพรถเด็กเล่นแบบไขลาน วิทยุโบราณ ตู้บิดไข่พลาสติกยุคแฟนฉัน  กล่องใส่ลูกอม Hall หลายยุคหลายสมัย  อีกทั้งด้านหลังบ้านยังจัดเป็นสวนหย่อมเล็กๆ แต่แสนร่มรื่น  บ้านกล่องเงินเปิดให้เข้าชมฟรี เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์  เนื่องจากเจ้าของบ้านซึ่งทำงานที่กรุงเทพ  จะกลับมาเปิดบ้านเฉพาะวันหยุดเท่านั้น

ไม่ไกลกันเป็น บ้านยมจินดา ที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2475 โดย พระศรีสมุทรโภค ท่านเป็นผู้ออกแบบบ้านหลีงนี้ด้วยตัวเอง  ตัวบ้านเป็นเรือนไม้ชั้นเดียวทอดยาวไปตามแนวแม่น้ำระยองอันเป็นเส้นทางการคมนาคมสายหลักในอดีต  แม้ปัจจุบันลูกหลานจะปรับปรุงเป็นร้านอาหารนามว่า ร้านครูหมู แต่ภายในบ้านยังคงทำหน้าที่เสมือน พิพิทธภัณฑ์ที่่จัดแสดงข้าวเครื่องใช้ในอดีตอันชวนให้ผู้ชมได้หวนนึกถึงความหลังครั้งวันวาน

แล้วการเดินทางย้อนเวลาก็จบลงที่ บ้านสัตย์อุดม บ้านหลังเก่าขนาด 5 คูหา  สร้างเมื่อปี พ.ศ.2463 จัดเป็นบ้านที่อายุเก่าแก่เป็นอันดับสามของถนนประวัติศาสตร์สายนี้ ผู้สร้างคือ ขุนศรีอุทัยเขตร์ (โป้ง สัตย์อุดม)  สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน  โดยเฉพาะลวดลายไม้ฉลุเป็นคำว่า “เจริญ” ซึ่งอยู่ด้านหน้า

ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงเป็นพิพิทธภัณฑ์เมืองระยอง  เพื่อเป็นศูนย์กลางในการฉายภาพแห่งอดีตและความเป็นไปของเมืองระยอง  ภายในจัดแสดงภาพเก่าทั้งภาพบุคคลสำคัญ งานประเพณี และสถานที่ในอดีตที่ส่วนใหญ่ถูกกาลเวลาพัดหายไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ เช่น ภาพถนนสุขุมวิทเมื่อปี พ.ศ.2502  ซึ่งขณะนั้นมีขนาดเล็กไม่ต่างจากทางเกวียน ภาพหอไตรวัดเนิน วัดในอดีตที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา  แต่ปัจจุบันเหลือเพียงชื่อในคำบอกเล่า  นอกจากนี้ยังมีโบราณวัตถุ เช่น ธงช้างเผือก คัมภีร์ใบลาน ถ้วยชามโบราณ และเครื่องปั้นดินเผาสมัยขอม

นอกจากบ้านเก่าแก่ซึ่งยังคงอบอวลด้วยกลิ่นหอมแห่งวันวานชวนให้คนยุคปัจจุบันเดินเข้าไปค้นหาแล้ว  ยังมีบ้านเก่าอีกหลายหลังที่ฟื้นคืนชีวิตกลับมาอีกครั้งในฐานะของร้านอาหาร และร้านกาแฟอันเติมแต่งไปด้วยงานศิลป์และข้าวของเครื่องใช้ยุคโบร่ำโบราณ เช่น ร้านเชย ร้านราย็อง ร้านกาแฟ 122  ซึ่งล้วนมีส่วนช่วยพลิกฟื้นความรุ่งโรจน์แห่งอดีตให้หวนกลับมาสู่ปัจจุบันอีกครั้ง

You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.
Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.