ระยอง

ระยอง

จังหวัดระยอง ตั้งอยู่ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกของประเทศไทย  อยู่ห่างจากกรุงเทพ 179 กิโลเมตร มีชายฝั่งทะเลยาวประมาณ 100 กิโลเมตร มีเนือที่ 3,552 ตารางกิโลเมตรหรือ 2,220,000 ไร่

ระยองCredits แผนที่จาก ททท

อาณาเขต

ทิศเหนือ  ติดต่อเขตอำเภอหนองใหญ่ อำเภอบ่อทอง และอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

ทิศใต้  ติดชายฝั่งอ่าวไทย  ยาวประมาณ 100 กิโลเมตร

ทิศตะวันออก  ติดต่อเขตอำเภอนายาอาม อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

ทิศตะวันตก  ติดต่อเขตอำเภอสัตหีบ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

ตราประจำจังหวัด : ต้นมะพร้าว เกาะเสม็ด และพลับพลาที่ประทับในรัชกาลที่ 5 บนเกาะเสม็ด

sigคำขวัญประจำจังหวัด : ผลไม้รสล้ำ อุตสาหกรรมก้าวหน้า น้ำปลารสเด็ด เกาะเสม็ดสวยหรู สุนทรภู่กวีเอก

ผลไม้รสล้ำ อุตสาหกรรมก้าวหน้า น้ำปลารสเด็ด

เกาะเสม็ดสวยหรู สุนทรภู่กวีเอก

พันธุ์ไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัด : ต้นกระทิงหรือสารภีทะเล (Calophyllum inophyllum)

krating

ต้นไม้ประจำจังหวัด : ต้นประดู่ (Pterocarpus macrocarpus)

 

pradu

ดอกไม้ประจำจังหวัด : ดอกประดู่

 

dokpradu

หมูชะมวง

หมูชะมวง เป็นอาหารพื้นบ้านในจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด เป็นอาหารประเภทแกงที่ไม่ใส่กะทิ โดยจะผัดหมูสามชั้นกับเครื่องแกงที่ประกอบด้วยพริกแห้ง ข่า กระเทียม หัวหอม และกะปิ เติมน้ำแล้วต้มให้เปื่อยนุ่ม ปรุงรสเปรี้ยวด้วยใบชะมวง โดยใช้ใบชะมวงที่เป็นใบเพสลาดมาฉีกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงไปต้มพร้อมกับหมู

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

 

ใบชะมวง

 

chamuang_kaeng

 

 

แกงหมูชะมวง

หมูต้มใบชะมวงเป็นอาหารพื้นเมืองของระยอง ที่ขึ้นชื่อ รู้จักกันแพร่หลาย

เพราะในเขตนี้มีต้นชะมวงขึ้นอยู่มาก

Category: Uncategorized  Comments off

ถนนยมจินดา 2

ถนนยมจินดา 2

หลังจากตึกเถ้าแก่เทียนสร้างเสร็จเพียง 3 ปีก็เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่จนเหลือเพียงฝาและจั่ว  แต่ต่อมาได้รับการบูรณะขึ้น  และแม้กาลเวลาจะยังคงเดินหน้าเกินทุกสิ่ง  แต่ป้ายชื่อร้าน “เซ่งฮั่วเฮง” ก็ยังคงปรากฎอยู่  พร้อมกับเรื่องราวการทำความดีของเถ้าแก่เทียนในการช่วยเหลือชาวจีนไหหลำที่เข้ามาทำงานในเมืองไทย  ปัจจุบันเป็นร้านจำหน่ายหมอนและที่นอน

ฝั่งตรงข้ามมีอาคารทรงปั้นหยาสีฟ้าหลังสวยตั้งอยู่ นามว่า บ้านบุญศิริ  สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2474 โดย นายพูน บุญศิริ  อดีตนายกเทศมนตรีเมืองระยอง กับ นางตุ้ย ยมจินดา ผู้เป็นภรรยา  แต่หากย้อนกลับไปที่ดินบริเวณนี้เคยใช้เป็นจวนผู้ว่าราชการจังหวัดในสมัย พระยาศรีสมุทรโภคชัยโชคชิตสงคราม (เกตุ ยมจินดา) กับ พระศรีสมุทรโภค ผู้เป็นปู่และบิดาของนางตุ้ย  บ้านเก่าหลังนี้ยงคงทำหน้าที่บ้านพักอาศัยของลูกหลานตระกูลบุญศิริมาตราบจนทุกวันนี้

boonsiri

 

ส่วนบ้านมาลีวณิชย์ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2469 มีความโดดเด่นที่ลวดลายฉลุเถาวัลย์บนขอบหน้าต่าง  เป็นบ้านหลังแรกของระยองที่ปูกระเบื้องภายในบ้าน  โดยกระเบื้องลายสวยเหล่านี้นำเข้าจากประเทศอิตาลี  ความสำคัญอีกประการคือ เป็นบ้านเก่าเพียงไม่กี่หลังที่ยังคงเปิดกิจการค้าขายโดยเจ้าของบ้าน  ไม่ใช่บ้านเก่าที่คนรุ่นใหม่มาขอเช่าเปิดกิจการ  ปัจุบันเปิดเป็นร้านขายหนังสือธรรมะกับเครื่องนอนยัดนุ่นแบบโบราณ  ทุกวันผู้ผ่านไปมาบนถนนสายนี้ก็จะเห็น คุณยายมาลี สวัสดิพาณิชย์  เจ้าของบ้านนั่งอยู่หน้าร้านและเฝ้ามองความเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองอย่างช้าๆ

บ้านกล่องเงิน บ้านกล่องเงิน

บ้านกล่องเงิน เป็นบ้านเก่าอีกหลังที่ไม่ควรพลาดไปเยือน ภายในดูคล้ายพิพิธภัณฑ์ของเล่นที่เจ้าของเก็บสะสมไว้นับเป็นพันชิ้น โดยเฉพาะเหล่าตุ๊กตา ทั้งตุ๊กตาฝรั่ง ตุ๊กตาเด็กิวดำ และตุ๊กตาเจ้าหนูอะตอม(จากการ์ตูนญี่ปุ่นยุคเก่า)  แต่ที่มีมากจนแน่นตู้ร่วมร้อยตัว คือ คิวพี ตุ๊กตาเด็กน้อยไม่สวมเสื้อผ้า หน้าตาบ้องแบ๊ว สัญลักษณ์ของน้ำส้มสายชูตราคิวพีนั่นเอง  นอกจากนี้ยังมีกองทัพรถเด็กเล่นแบบไขลาน วิทยุโบราณ ตู้บิดไข่พลาสติกยุคแฟนฉัน  กล่องใส่ลูกอม Hall หลายยุคหลายสมัย  อีกทั้งด้านหลังบ้านยังจัดเป็นสวนหย่อมเล็กๆ แต่แสนร่มรื่น  บ้านกล่องเงินเปิดให้เข้าชมฟรี เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์  เนื่องจากเจ้าของบ้านซึ่งทำงานที่กรุงเทพ  จะกลับมาเปิดบ้านเฉพาะวันหยุดเท่านั้น

ไม่ไกลกันเป็น บ้านยมจินดา ที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2475 โดย พระศรีสมุทรโภค ท่านเป็นผู้ออกแบบบ้านหลีงนี้ด้วยตัวเอง  ตัวบ้านเป็นเรือนไม้ชั้นเดียวทอดยาวไปตามแนวแม่น้ำระยองอันเป็นเส้นทางการคมนาคมสายหลักในอดีต  แม้ปัจจุบันลูกหลานจะปรับปรุงเป็นร้านอาหารนามว่า ร้านครูหมู แต่ภายในบ้านยังคงทำหน้าที่เสมือน พิพิทธภัณฑ์ที่่จัดแสดงข้าวเครื่องใช้ในอดีตอันชวนให้ผู้ชมได้หวนนึกถึงความหลังครั้งวันวาน

แล้วการเดินทางย้อนเวลาก็จบลงที่ บ้านสัตย์อุดม บ้านหลังเก่าขนาด 5 คูหา  สร้างเมื่อปี พ.ศ.2463 จัดเป็นบ้านที่อายุเก่าแก่เป็นอันดับสามของถนนประวัติศาสตร์สายนี้ ผู้สร้างคือ ขุนศรีอุทัยเขตร์ (โป้ง สัตย์อุดม)  สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน  โดยเฉพาะลวดลายไม้ฉลุเป็นคำว่า “เจริญ” ซึ่งอยู่ด้านหน้า

ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงเป็นพิพิทธภัณฑ์เมืองระยอง  เพื่อเป็นศูนย์กลางในการฉายภาพแห่งอดีตและความเป็นไปของเมืองระยอง  ภายในจัดแสดงภาพเก่าทั้งภาพบุคคลสำคัญ งานประเพณี และสถานที่ในอดีตที่ส่วนใหญ่ถูกกาลเวลาพัดหายไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ เช่น ภาพถนนสุขุมวิทเมื่อปี พ.ศ.2502  ซึ่งขณะนั้นมีขนาดเล็กไม่ต่างจากทางเกวียน ภาพหอไตรวัดเนิน วัดในอดีตที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา  แต่ปัจจุบันเหลือเพียงชื่อในคำบอกเล่า  นอกจากนี้ยังมีโบราณวัตถุ เช่น ธงช้างเผือก คัมภีร์ใบลาน ถ้วยชามโบราณ และเครื่องปั้นดินเผาสมัยขอม

นอกจากบ้านเก่าแก่ซึ่งยังคงอบอวลด้วยกลิ่นหอมแห่งวันวานชวนให้คนยุคปัจจุบันเดินเข้าไปค้นหาแล้ว  ยังมีบ้านเก่าอีกหลายหลังที่ฟื้นคืนชีวิตกลับมาอีกครั้งในฐานะของร้านอาหาร และร้านกาแฟอันเติมแต่งไปด้วยงานศิลป์และข้าวของเครื่องใช้ยุคโบร่ำโบราณ เช่น ร้านเชย ร้านราย็อง ร้านกาแฟ 122  ซึ่งล้วนมีส่วนช่วยพลิกฟื้นความรุ่งโรจน์แห่งอดีตให้หวนกลับมาสู่ปัจจุบันอีกครั้ง

ถนนยมจินดา 1

ถนนยมจินดา

ทันทีที่ถนนสายนี้สร้างเสร็จ ศูนย์กลางความเจริญก็ย้ายจากท่าน้ำมาบนถนน  เหล่าอาคารบ้านเรือนยุคเริ่มแรกค่อยๆ เกิดขึันพร้อมกับความรุ่งเรื่องที่ฉายแสงสว่างไสว

ถนนยมจินดา ถนนยมจินดา

จากร้านกาแฟ ป้ากลม ที่อยู่ท้ายถนน  เดินย้อนกลับไปยังต้นถนน ควารู้สีกเหมือนเวลาย้อนกลับ  ผ่านเหล่าอาคารไม้เก่าแก่สองข้างทางที่ฉายเรื่องราวอันรุ่งโรจน์แห่งอดีตให้ได้เห็นกัน  ถนนสายนี้สาร้างขึ้นโดย พระศรีสมุ่ทรโภค (อิ่ม ยมจินดา)  เจ้าเมืองระยองคนสุดท้าย  ทันทีที่ถนนสายนี้สร้างเสร็จ ศูนย์กลางความเจริญก็ย้ายจากท่าน้ำมาบนถนน  เหล่าอาคารบ้านเรือนยุคเริ่มแรกค่อยๆ เกิดขึันพร้อมกับควาทรุ่งเรื่องที่ฉายแสงสว่างไสว

ตึกแห่งแรกที่สร้างขึ้นบนถนนสายนี้คือ ตึกกี่พง หรือ ตึกพ่อสิงห์-แม่กราย ตึกสองชั้นทรางสี่เหลี่ยมซึ่งมีความยาวถึง 12 คูหา  จากถนนยมจินดาไปจนถึงถนนชุมพล  ตึกหลังนี้สร้างขึ้นโดย นายกี่พง แซ่ตั่น ชาวจีนไหหลำ  เมื่อปี พ.ศ.2456 โดยใช้ช่างทั้งชาวจีนและชาวไทย  เป็นสถานที่จำหน่ายพริกไทยและเสื้อผ้าแพรพรรณนำเข้ามาจากประเทศจีน  ต่อมาตกเป็นของนายสิงห์และนางกราย กลิ่นสุนทร ผู้เป็นหลาน  แต่หลังจากนายสิงห์เสียชีวิต  ตึกหลังนี้ก็ถูกทิ้งร้างเป็นเวลานานถึง 17 ปี  กระทั่งปี 2547 จึงได้รับการบูรณะให้งดงามดังเดิม  โดยเฉพาะลวดลายแลุที่ชายคานั้นสวยงามยิ่ง

ถัดไปไม่ไกลเป็น ตึกเถ้าแก่เทียน ตึกหลังนี้มีอายุเก่าแก่เป็นอันดับสอง  สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2460 โดยนายเทียน สินธุวณิชย์ หรือ ขุนพานิชชลาสินธุ์ ชาวจีนไหหลำผู้ร่ำรวยจากการเดินเรือขนส่งสินค้าระหว่าง เกาะกง ประเทศกัมพูชา ผ่านระยองสู่กรุงเทพฯ  ต่อมาจึงเปิดร้านชื่อ เซ่งฮั่วเฮง จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ข้าวสาร อุปกรณ์ก่อสร้าง สังฆภัณฑ์ และสินค้าอีกหลากหลาย  จนชาวระยองพากันเรียกว่า เถ้าแก่เทียน  และเพราะเถ้าแก่เทียนมีบ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต  รูปแบบการสร้างตึกจึงเป็นสไตล์ชิโน-โปรตุกีสที่สร้างกันอย่างแพร่หลายทางภาคใต้ของไทยและมาเลเซีย  นั่นคือบริเวณกลางบ้านเปิดโล่งเพื่อให้แสงแดดส่องและหน้าจั่วมีลายปูนปั้นที่สวยงาม

สวนปาหนัน

สวนปาหนัน

สวนผลไม้เก่าแก่แห่งหนึ่ง ของตำบลตะพง อำเภอเมือง จังหวัดระยองปาหนัน เป็นสวนที่บรรพบุรุษของคุณอำนาจได้บุกเบิกและทำสวนผลไม้ มามากกว่า 80 ปี บนพื้นที่ 12 ไร่ ปลูกผลไม้ผสมผสานหลายชนิด เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง โดยเจ้าของสวนปาหนัน คือ คุณปาหนัน โพธิ์แก้ว แต่เดิมนั้นสวนปาหนันทำการเกษตรเช่นเดียวกันกับสวนทั่วไป จนกระทั่งในปี 2546 มีเจ้าหน้าที่เกษตรตำบล และเกษตรอำเภอมาแนะนำ ให้จัดท่องเที่ยว และเกิดเป็นท่องเที่ยวเชิงเกษตรสวนปาหนัน โดยมีคุณอำนาจเป็น หัวเรือใหญ่ ดูแลบริหารจัดการเรื่องต่างๆ หรือที่เรียกกันว่าเป็นผู้จัดการสวนนั่นเอง โดยกิจกรรมหลักๆ ภายในสวนนั้นยังมีการนำชมสวนพร้อมกับให้ความรู้ และจัดบุฟเฟต์ผลไม้

สวนปาหนัน ระยอง

ในปี 2546 เป็นปีแรกที่เปิดท่องเที่ยวเชิงเกษตรสวนปาหนัน และเป็นปีเดียวที่โฮมสเตย์สวนปาหนันได้เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน โดยได้รวมกลุ่มกับเพื่อนบ้านที่สนใจรวมทั้งหมด 4 หลัง เปิดเป็นโฮมสเตย์ในปลายปี 2546 โฮมสเตย์สวนปาหนัน และเครือข่าย สามารถรับนักท่องเที่ยวได้ไม่เกิน 50 คน เวลาที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามา ถ้าเป็นกลุ่มใหญ่ก็จะแบ่งเป็นกลุ่มไปพักตาม บ้านเครือข่าย โดยนักท่องเที่ยวจะมารวมตัวกันอีกครั้ง ที่สวนปาหนันในตอนเย็นเพื่อรับประทาน อาหาร และมีกิจกรรมในตอนกลางคืนตามที่ท่านจะเลือกสรร

กิจกรรมที่น่าสนใจของสวนปาหนัน

กิจกรรมการท่องเที่ยวของสวนปาหนันมีหลากหลาย อาทิเช่น

  • บุฟเฟต์ผลไม้ ที่มีให้ทานแบบไม่อั้น
  • แวะไหว้พระที่วัดพระบาทกราบศักการะรอยพระพุทธบาทเพื่อเป็นศิริมงคลให้กับชีวิต
  • ขี่จักรยานออกกำลังกายชมสวนเกษตรพื้นบ้าน ชมทัศนียภาพของธรรมชาติของทั้งสองข้างทาง แล้วท่านจะรู้จัก จังหวัดระยองมากขึ้น
  • ชมการแปรรูปจากกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านยายดา ชมวิถีชีวิตชาวบ้าน ตามแบบฉบับของเศรษฐกิจพอเพียง
  • ทานขนมจีนสมุนไพรจากข้าวกล้อง ซึ่งทำจากวัตถุดิบที่มีคุณภาพ
  • เดินป่า ปีนเขาชมฝายแม้ว ท่ามกลางธรรมชาติที่สมบูรณ์ของจังหวัด ระยอง
  • ไหว้หลวงพ่อโสธร เขายายดา ทำบุญเสริมดวง ทำจิตใจให้บริสุทธิ์

เดอะปาร์คแอดเวนเจอร์แลนด์

เดอะปาร์คแอดเวนเจอร์แลนด์

การเดินทาง จากกรุงเทพฯใช้มอเตอร์เวย์ ออกทางบ้านบึง มุ่งไปทางอำเภอแกลง  จังหวัดระยอง ถึงแกลง แล้วเลี้ยวขวา มาจนถึง กม.247 เลี้ยวขวาที่สามแยกไฟจราจร  ซึ่งเป็นชุมชนตลาดบ้านกะเฉด ขับตรงมาประมาณ 10 กิโลเมตร  เลี้ยวซ้ายที่ตลาดบ้านสังคฤกษ์ ( สำนักทอง ) เกษตรศิริ ซอย 3 เข้ามาอีก 3 กิโลเมตร

เดอะปาร์คแอดเวนเจอร์แลนด์เดอะปาร์คแอดเวนเจอร์แลนด์

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร บนเนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสวนผลไม้ สวนยางพารา ฟาร์มกวางสายพันธุ์รูซ่า ธารน้ำธรรมชาติ และแหล่งท่องเที่ยวแนวผจญภัย รายล้อมไปด้วยขุนเขา สามารถชมทิวทัศน์ทะเลหมอกยามเช้า และเพลิดเพลินกับกิจกรรมหลากหลาย อาทิ ขี่จักรยาน พายเรือ ว่ายน้ำ เดินชมสวน เล่นเกมส์ ปิคนิคที่บ้านบนต้นไม้

น้ำตกคลองปลาก้าง

น้ำตกคลองปลาก้าง

น้ำตกคลองปลาก้างตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง  อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 4 กิโลเมตร  เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีความยาวลดหลั่นกันประมาณ 3 กิโลเมตร  น้ำตกคลองปลาก้างมีทั้งหมด 7 ชั้น คือ วังช้างผ่าน ลานผีเสื้อ แอ่งเครือสะบ้า ลานประตูผา ธารเกาะกลาง วังกระชาย และธารสายหมอก
ตลอดทั้งสองฝั่งลำธารน้ำตกเป็นป่าดงดิบบริสุทธิ์  มีกล้วยไม้ป่า พืชพื้นล่างจำพวกว่าน เฟิร์น ขึ้นปกคลุมหนาแน่น

น้ำตกคลองปลาก้าง น้ำตกคลองปลาก้าง

น้ำตกคลองปลาก้างเป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของอุทยาน  ประกอบด้วยชั้นน้ำตกและวังน้ำต่างๆ โดยเฉพาะวังช้างข้ามที่เป็นชั่นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สวยงามมาก

เกาะกุฎี

เกาะกุฎี

เกาะกุฎี หรือเกาะกุด  ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเกาะเสม็ด  ห่างจากฝั่งประมาณ 6 กิโลเมตร  มีเนื้อที่ประมาณ 100 ไร่  และมีเกาะบริวารอีกสองเกาะ คือ เกาะท้ายค้างคาว และ เกาะฤาษี

เกาะกุฎี เกาะกุฎี
จุดเด่นของเกาะกุฎีคือ บรรยากาศเงียบสงบ บริเวณโดยรอบแม้จะไม่มีหาดทรายมากนัก  แต่ก็มีแนวปะการังซึ่งมีความสวยงามปานกลาง เหมาะแก่การดำน้ำตื้น  นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเหมาเรือไปตกปลา ดำน้ำรอบเกาะ  หรือพักผ่อนเล่นน้ำที่ชายหาดได้
บนเกาะประกอบไปด้วยหาดสินสมุทร ผานิลมังกร ถ้ำฤาษี ถ้ำค้างคาว แหลมรับอรุณ และอ่าวหูกวาง  ซึ่งส่วนมากตั้งชื่อตามเนื้อเรื่องพระอภัยมณี  มีหน่วยพิทักษ์อุทยานฯอยู่ที่เกาะ  มีน้ำจืดให้  แต่ต้องเตรียมอาหารและอุปกรณ์ทำอาหารมาเอง

พระเจดีย์กลางน้ำ

พระเจดีย์กลางน้ำ

ตั้งอยู่ที่ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง พระเจดีย์กลางน้ำ ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงระฆัง ขนาดย่อม สูงราว 10 เมตร ตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำระยอง ท่างกลางป่าชายเลนที่ยาวเหยียด มีน้ำล้อมรอบ เนื้อที่ราว 52 ไร่ เทศบาลนครระยองได้สร้างสะพานคอนกรีตเข้าไปสู่เจดีย์ เจดีย์นี้สร้าง พ. ศ. 2416 ในสมัย พระยาศรีสมุทรโภคชัยชิตสงคราม (เกตุ ยมจินดา) เป็นเจ้าเมืองระยอง สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ ให้ชาวเรือ หรือผู้โดยสารที่เดินทางผ่านถึงบริเวณนั้นได้ทราบว่ามาถึงเมืองระยองแล้ว สมัยโบราณมีแต่เส้นทางคมนาคม ทางน้ำเพียงทางเดียวเท่านั้นที่จะเข้าสู่ตัวเมืองระยองได้สะดวก

ระยองระยอง

พระเจดีย์กลางน้ำถือเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดระยอง และเป็นสิ่งที่ชาวระยองเคารพนับถือมาก ราวกลางเดือน 12 ของทุกปีซึ่งเป็นฤดูน้ำหลาก จะมีงานประเพณีทอดกฐินและงานห่มผ้าเจดีย์กลางน้ำ นอกจากนั้นจะมี งานลอย กระทง แข่งเรือยาว ประเพณีห่มผ้าเจดีย์นั้น ผ้าที่จะนำมาห่มต้องเป็นผ้าสีแดง มีความยาว 6 เมตร ใช้คน 2 คนปีน ขึ้นไปห่มส่วนบนของเจดีย์ บริเวณรอบๆเจดีย์มีการปลูกป่าสน ทำให้ร่มรื่นสวยงามจึงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ของชาวเมืองใน เวลาว่างอีกด้วยปัจจุบันเทศบาลนครระยองได้ทำการบูรณะพระเจดีย์และ บริเวณรอบองค์ อย่าง สวยงาม สร้างสะพานคอนกรีตให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมป่าชายเลนอีกด้วย

วัดป่าประดู่

วัดป่าประดู่ 

            วัดป่าประดู่ เป็นวัดสำคัญที่มีความเก่าแก่กว่า 400 ปี  ตั้งอยู่ในจังหวัดระยอง  สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี  เดิมเป็นวัดร้างซึ่งได้บูรณะขึ้นใหม่โดยพระอุปัชฌาย์เทียน ในปี พ.ศ. 2372  แต่ก่อนนั้นมีนามเดิมว่าวัดป่าเลไลยก์  เพราะมีพระปางป่าเลไลยก์เป็นประธาน  ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นชื่อ  วัดป่าประดู่เพราะเดิมในบริเวณวัดมีต้นประดู่ขนาดใหญ่จำนวนมาก  และเนื่องจากวัดนี้ตั้งอยู่กลางเมือง  จึงเป็นวัดที่ใช้ในการประกอบพิธีสำคัญและการบำเพ็ญกุศลของจังหวัดอยู่เป็นประจำ รวมทั้งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่เก่าแก่และเป็นที่เคารพสักการะอย่างมากของชาวระยอง  ซึ่งมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นจากที่อื่นอีกด้วย

วัดป่าประดู่ วัดป่าประดู่

             วัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่  ได้แก่พระพุทธไสยาสน์  ซึ่งประทับอยู่ในท่าตะแคงซ้าย  แทนที่จะเป็นตะแคงขวาเหมือนพระพุทธรูปไสยาสน์ทั่วไป  พระนอนวัดป่าประดู่นี้มีความยาวประมาณ  12  เมตร ดูจากพุทธลักษณะแล้วสันนิษฐานกันว่าสร้างในสมัยอยุธยาตอนต้น  ซึ่งเดิมนั้นองค์พระอยู่กลางแจ้ง ต่อมาทางวัดจึงสร้างวิหารครอบไว้  วัดป่าประดู่ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่  พระป่าเลไลยก์ที่อยู่ในพระวิหาร  ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นหิดทองเก่าแก่คู่มากับวัดป่าประดู่มาเช่นเดียวกันกับพระพุทธไสยาสน์  เข้าใจว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา ซึ่งได้รับอิทธิพลจากศิลปะทวาราวดี  พร้อมทั้งยังมีพระพุทธบาทที่ซ้อนกัน 4 รอย ของพระพุทธเจ้าอันเก่าแก่ไว้เป็นที่สักการบูชาด้วย

 ความเชื่อ และวิธีการบูชา

             กล่าวขานกันว่าพระพุทธปางไสยาสน์ในท่านอนตะแคงซ้าย  หรือพระนอนวัดป่าประดู่นั้น มีความศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก  ผู้คนนิยมมาสักการะเพื่อขอพรให้มีโชคลาภ และความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน  นอกจากนี้ยังเชื่อว่าหากผู้ใดได้มาลอดช่องที่พระอุโบสถหลังเก่าซึ่งเป็นพระวิหารในปัจจุบันแล้ว  จะเกิดความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และมีโชคลาภทุกรายไป

หอพระพุทธอังคีรส

หอพระพุทธอังคีรส

อยู่ภายใน สวนศรีเมืองชาวเมืองนิยมเรียกว่า “เกาะกลาง” ตั้งอยู่กลางเมืองด้านหลังศาลากลางจังหวัด เนื้อที่ประมาณ 70 ไร่ เคยเป็นแดนสำหรับประหารนักโทษ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของสวนสาธารณะและสวนสุขภาพสำหรับประชาชน ด้านหน้าเป็นที่ตั้งของหอพระพุทธอังคีรส ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธอังคีรส พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของระยอง

หอพระพุทธอังคีรสหอพระพุทธอังคีรส
หอพระพุทธอังคีรส เป็นอาคารทรงไทย หลังคาจตุรมุข เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธอังคีรส ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของระยอง จัดสร้างขึ้นในสมัยนายดำรง สุนทรศารทูล เป็นผู้ว่าระยอง (โดยจำลองแบบมาจากพระพุทธสิหิงค์ ซึ่งประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธศวรรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ) กระทำพิธีพุทธาภิเษกโลหะที่ใช้ในการหล่อและเททองเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2508 ด้วยเงินบริจาคของประชาชน และสมเด็จพระสังฆราชได้ถวายพระนามว่า “พระพุทธอังคีรส ธรรมราชา สิหิงคปฏิมา บรมโลกนาถ ระยองประชา ราษฎร์ บรมบพิตร” หอพระอังคีรส ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานองค์นี้ ได้กระทำพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2508 โดย ฯพณฯ พล.ต.อ. ประเสริฐ รุจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในขณะนั้น เป็นประธานในพิธีการก่อสร้าง แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2515